ArticlesForJam

2008/Mar/05

ได้ Forward เมล์มาฉบับหนึ่ง  อ่านแล้วก็ขำดี 
ขำปนเศร้า ว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

เป็นเรื่องของเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งมีครอบครัวที่อบอุ่น
ซึ่งในครอบครัวมีด้วยกันทั้งหมด
5 คน


วันนึงขณะที่เด็กน้อยนั่งกินข้าวเช้าอยู่บนโต๊ะ อาหาร
เด็กน้อยมองเห็นคุณพ่อดู ข่าว TV เกี่ยวกับการเมือง
"
พ่อ...การเมืองคืออะไรอ่ะ" เด็กน้อยถามพ่อด้วยความสงสัย
พ่อทำท่าทางคิดหนักก่อนจะตอบกลับไปว่า


"อืม...มันก็ไม่ยากหรอกลูกเปรียบเทียบ ง่ายๆนะลูก"
เปรียบพ่อเป็น พ่อค้านายทุน ก้อคอยหาเงินไง
เปรียบ แม่เป็นรัฐบาล ก็คอยเอาเงินจากพ่อมาบริหารไง
เปรียบ ตัวลูกเองเป็น ประชาชน ที่ต้องมีรัฐบาลคอย ดูแล
เปรียบ น้องชายของลูก เป็น อนาคตของชาติ
เปรียบ พี่ แจ๋ว(พี่เลี้ยงของเด็กในบ้าน) เป็นชนชั้นแรงงาน
 

เด็กน้อยทำหน้า งง  ก่อนจะปล่อยให้ความสงสัยนั้น
อยู่ในหัวตลอดทั้งวันจนเมือถึงเวลาตกดึกของวันนั้น

ขณะเด็กน้อยกำลังหลับ " แงๆๆๆๆๆ"  เสียงน้องชาย
ตัวน้อยของเค้าร้องดังขึ้น  เด็กน้อยเดิน
ไปดูที่เปลจึงได้รู้ว่าน้อยชายของเค้า ขี้แตก
เด็กน้อยรู้ทันทีว่าต้องไปตามแม่มาดูน้อง 


ขณะเดินไปตามแม่เด็กน้อยได้ยินเสียงออกมาจากห้องของ
พี่แจ๋วพี่เลี้ยงคนสวย  ด้วยความสงสัยจึงแง้มประตูดูพบว่า
พ่อเค้ากำลังอยู่บนตัว ของพี่แจ๋ว
เด็กน้อยจึงเดินไปที่ห้องของแม่พบว่าแม่ของเค้ากำลัง
นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ เด็กน้อยพยายาม
ปลุกแต่ก็ไม่ยอมตื่น  เด็กน้อยท้อใจเดิน


กลับห้องนอนและหลับไปหลังจากคิดอะไรได้มากมาย 
ตื่นตอนเช้าขณะลงมาจากห้องเพื่อกินข้าวเช้า
เด็กน้อยเห็น
พ่อของเค้า 

"พ่อๆ ผมรู้แล้วละว่าการ เมืองเป็นยังไง
เด็กน้อยยิ้มที่ตัวเอง
เข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนยังไม่เข้าใจ"


แล้วมันเป็นยังไงละไหนบอกพ่อสิลูก" พ่อถามด้วยความอยากรู้"
การเมืองก็คือ ....การที่พ่อค้าหรือนายทุนกดขี่ชนชั้นแรง งาน!!
ในขณะที่ รัฐบาลก็หลับหูหลับตาไม่สนใจประชาชน
แม้ว่าประชาชนจะเรียกร้องยังไงก็ตาม
!!

โดยทิ้งอนาคตของชาติให้จมบนกองขี้!!"
จริงไหมครับผมเข้าใจถูกต้องให้ไหม


พ่อทำหน้างงๆแล้วเอ่ยถาม เด็กน้อยว่า
 

"ลูกรู้ได้ยัง ไง"
เด็กน้อยรีบตอบทันทีว่า

" ผมดูจากสถานะการณ์เมื่อคืนนี้"
คิกๆๆ เห็นไหมครับเด็กคิดอะไรได้มากว่าผู้ใหญ่บาง คนจริงๆ

 

2008/Feb/04

ข้อมูลจาก Forward Mail
โดยคุณ Anna 
(copy มาจาก kapook.com อีกที)

เห็นว่ามันดูโง่ๆ ดี  เอามาเก็บไว้เตือนใจตัวเอง...
ว่าคิดจะโง่มันก็เจ็บ  แต่เลือกเจ็บ เลือกโง่ แล้วไม่ได้อะไรกลับมา
นี่เขาเรียก super NGO หรือเปล่า
แต่สิ่งสำคัญ... เราไปตีค่าการกระทำของใครว่าโง่ ว่าบ้าไม่ได้หรอก
มันเป็นสิ่งที่เขาเลือก สิ่งที่เขาคิดว่าจะทำแล้ว
หากวันไหน เขาทนไม่ไหว เขาก็ต้องเลิกทำไปเอง

ในวันนี้เขาทนได้ เขาก็ยังทำอยู่

และนั่นก็เป็นสิทธิ์ของเขาโดยสิ้นเชิง
ไม่มีใครฝืน ไม่มีใครบังคับ
ในเมื่อเลือกทำเอง ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
ใช่ไหมล่ะ

 

 มีคนบอกว่าฉันโง่...
กับการที่ทุ่มเทให้ใครคนหนึ่งมากมาย
โดยที่เขาไม่แม้จะใส่ใจ
ว่าฉันได้ทำอะไรลงไปเพื่อเขาบ้าง

ฉันเองก็รู้ว่าฉันโง่...
กับการใช้ทุกลมหายใจ
เพื่ออยู่สำหรับใครคนหนึ่ง
ที่เขาไม่เคยมีฉันในสายตา

เขาบอกไม่ให้ฉันทำโง่ๆ...
กับการรักเขาทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้
เพราะเขากลัวใครอีกคนเข้าใจผิด
กับการที่เขามีฉันมาเดินตาม

ทุกสิ่งที่ฉันทำคงเป็นเพราะความโง่...
ที่ฉันเต็มใจและตั้งใจจะโง่...
ฉันโง่เพราะความรัก...
เพราะหัวใจของฉันเอง

ฉันจะต่อว่าใครได้เล่า
ไม่มีใครรู้ว่าฉันเจ็บแค่ไหน
ที่ทุกคนมองว่าฉันโง่
ไม่มีใครรู้ว่าทรมานแค่ไหน
ที่เขาเองก็บอกว่าฉันโง่

และที่สุดแล้ว...
ฉันรู้ว่าฉันโง่แค่ไหน...ที่รักเธอ
แต่เธอรู้อะไรไหม...
 

...ฉันยังเต็มใจจะโง่ต่อไป...

 

 

 

edit @ 4 Feb 2008 13:58:41 by MadMaew

edit @ 4 Feb 2008 22:23:19 by MadMaew

2007/Jan/26

มีคน forward เมล์มาให้ฉบับหนึ่ง
เนื้อหาให้แง่คิดดีมาก จะเอามาแปะให้อ่านกันนะคะ

เรื่องนี้เป็นเพราะความบังเอิญที่บ่ายวันนั้นฝนตก
ตัวเองก็รีบจะไปเจอเพื่อนที่รออยู่บีทีเอสหมอชิต
ตัดสินใจรีบวิ่งขึ้นแท็กซี่ที่จอดเรียงกันอยู่โดยไม่มองว่ารถคันนั้นมีสภาพยังไง
เข้ามานั่งแล้วถึงได้รู้ว่าเป็นรถแท็กซี่รุ่นเก่า
(คันเล็ก แอร์ไม่เย็น แล้วก็จะมืดๆหน่อยอ่ะค่ะ
คือมองจากข้างนอกจะเห็นข้างในไม่ค่อยชัด)

ตอนนั้นก็คิดแค่ว่า เออ แค่นี้เอง เดี๋ยวก็ถึง ร้อนหน่อย ไม่เป็นไร
นั่งไปได้สักพัก รถติด
คุณลุงคนขับรถก็หันมาถามประมาณว่ามีแบงค์ย่อยรึเปล่า
ลุงไม่มีเงินทอน

"นี่เป็นรอบแรกของวันนี้เลย"

เราเห็นว่าตอนนั้นมันจะสี่โมงเย็นแล้ว
แต่ลุงบอกว่าเป็นเที่ยวแรกของวันนี้ ก็เลยถามว่า
"ลุงเข้ากะบ่ายหรือคะ?"
คุณลุงตอบกลับว่า "ลุงขับมาตั้งแต่ตีสี่แล้ว นี่รถของลุงเอง
วนไปวนมาอยู่หลายรอบแล้ว แต่ไม่มีลูกค้าเลย"

"อ้าว ทำไมล่ะคะลุง" ตอนนั้นก็ชวนคุณลุงคุยแบบไม่ได้ติดใจอะไร
ถามไปเรื่อย

"รถลุงเก่า คนเค้าก็ไม่อยากนั่ง แต่ลุงเข้าใจนะ มันก็เป็นเงินของเค้า
รถเก่า รถใหม่ ค่าโดยสารมันเท่ากัน เป็นลุงลุงก็อยากได้ที่มันดีๆเหมือนกัน
เด็กๆเดี๋ยวนี้เค้าก็ชอบรถที่มีสีๆกัน"

น้ำเสียงคุณลุงตอนนั้น เป็นน้ำเสียงเหมือนจะขำๆ
แบบเล่าสู่กันฟังมากกว่าจะประชดประชันนะคะ

แล้วลุงก็เปลี่ยนเรื่อง ถามว่า "รถไฟฟ้านี่ เค้าคิดเงินกันยังไง"

ก็เลยอธิบายเรื่องราคาให้ลุงฟัง แล้วลุงก็ถามว่าทำยังไง
ถ้าทำไม่เป็นจะมีใครช่วยไหม

"ลูกชายลุงมันอยากจะลองนั่ง
แต่ลุงก็ทำไม่เป็น ไม่เคยเห็นว่าเป็นยังไง
ไม่กี่วันจะถึงวันเกิดมันแล้ว ลุงสัญญาว่าจะพามันมานั่งดูสักรอบ
คงจะชอบนะหนู ลุงเคยพามันมาดู แต่วันนั้นไม่มีเงินจะให้นั่ง"

อ่านแล้วเป็นยังไงบ้างคะ??
ไม่ได้จะเชิญชวนให้คนนั่งแท็กซี่เก่าซะให้หมดหรอกค่ะ
เพราะแต่ละคนก็มีสิทธิในการจะเลือกใช้อะไรได้ตามใจชอบ

ฉันเองก็เคยเป็นคนหนึ่งเหมือนกันที่มักจะเลือกใช้แท็กซี่ที่ใหม่ๆ

แต่เคยไปยืนรอรถกับเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนบอกว่าให้เรียกแท็กซี่เก่าๆ
ที่มีคนขับอายุเป็นมากๆ หน่อย ฉันถามกลับไปว่า ทำไมไม่นั่งแท็กซี่ใหม่ๆ ล่ะ

เพื่อนตอบกลับมาว่า สงสารเขา ใครๆ ก็เรียกแต่คันใหม่ๆ
คันเก่าๆ ไม่มีใครอยากเรียกเลย
เหตุผลก็คงเป็นทำนองกับเรื่องที่เล่ามาข้างบนนี้

นับแต่นั้นมา บางทีฉันก็จะเลือกนั่งแท็กซี่คันเก่า
และสังเกตเป็นประจำว่า
แท็กซี่เก่านั้น ราคาค่าโดยสารจะถูกกว่าแท็กซี่ใหม่เสมอ

เมื่อเราเป็นมนุษย์งาน
อยู่ในสังคมทุนนิยม
ทุกอย่างต้องใช้เงินแลกมาทั้งนั้น

วิถีชีวิต หรือเดี๋ยวนี้เขาใช้คำว่า "life style" ของเรารีบเร่งและแข่งขันกับทุกอย่าง
จากที่เคยเป็นคนยิ้มง่าย ก็หน้าบึงตึงขึ้นทุกวัน
จากที่ไม่เคยแย่งขึ้นรถเมล์ วันนี้ต้องวิ่งเบียดกับเขา เพื่อจะได้ที่นั่ง
จากที่เคยมีเวลากินข้าวเช้าที่บ้าน
ต้องมาซื้อแซนวิชที่ขายหน้าออฟฟิศเพื่อประทังความหิวก่อนเข้าทำงาน

เคยคิดกันไหมว่าวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป
เพราะโลกที่หมุนเร็วขึ้น
หรือเราเองต่างหาก
ที่ทำให้โลกหมุนเร็วขึ้นเพียงนั้น

สุขสันต์วันศุกร์ค่ะ