BookForRead

2007/Sep/16

ผ่านมาเพียงไม่กี่เดือน ชีวิตก็มีอะไรเข้ามามากมาย
ทั้งสุข เศร้า เหงาและรัก

ฟูมฟาย เสียน้ำตา ไม่เข้าใจในเหตุผลที่มีคนบอกเรา
เพราะต่างคนต่างก็บอกต่างมุม
ต่างคนก็มีแง่คิด และเหตุผลส่วนตัว

มีคนบอกว่า ความรักมักไม่มีเหตุผล
รักแล้วก็ไม่สามารถหาคำตอบว่าเหตุใดจึงรัก

เสียใจเพราะผิดหวัง และสูญเสีย
คงไม่มีใครบอกได้ว่าเราจะหายทุกข์ใจเมื่อไหร่
มีแต่ตัวเราเท่านั้นที่ต้องปลอบใจตัวเอง

บางวันก็เหมือนกับทำใจได้ และคิดได้
บางครั้งก็เศร้าและเหงา และดูความเหงามันไม่มีวันหมดไปจากใจ

แต่วันนี้ ฉันได้อ่านหนังสือ "เข็มทิศหัวใจ"

รู้สึกเข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เราทุกข์ สุข
มองในแง่มุมใหม่ๆ ที่เราก็มักจะรู้อยู่แล้ว
แต่มักจะไม่เคยนำมาคิดให้หัวใจตัวเองได้คิด

หนังสือเล่มนี้ สามารถช่วยคนที่กำลังทุกข์ และคิดวนเวียนแต่เหตุที่ทำให้ทุกข์นั้น
หากคนไหนที่กำลังทุกข์เพราะสิ่งต่างๆ ที่รุมเร้า
ได้อ่าน "เข็มทิศหัวใจ" แล้วอาจช่วยให้มีมุมมองที่ดีขึ้น
เข้าใจชีวิต และหัวใจตัวเองมากขึ้น

เมื่อเข้าใจตัวเอง เข้าใจหัวใจของเรามากขึ้น
เราก็จะสามารถมองในมุมมองของคนอื่น
และเข้าใจคนอื่นๆ รอบตัวที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เราเป็นทุกข์
อาจจะไม่เข้าใจ หรือสามารถระงับทุกข็ได้ทั้งหมด
แต่อย่างน้อยหนังสือเล่มนี้ก็ให้แง่คิดดีๆ ในบางแง่มุม
ที่จะสามารถนำแง่มุมนั้นๆ ออกมาใช้ได้

ตอนนี้ ฉันรู้สึกดีขึ้น เข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่นๆ มากขึ้น
ทุกข์ที่เกิด เกิดจากใจเรา ยึดติด และหวังมากเกินไป
เรามักจะคาดหวังกับสิ่งอื่นๆ คนอื่นๆ
แต่เราลืมไปว่า การคาดหวังนั้น เราไม่สามารถคาดผลของมันได้

ในเมื่อเราคอนโทรลใครไม่ได้
แต่อย่างน้อย เราก็เลือกที่จะควบคุมใจตัวเราเองได้

ฉันรู้ มันยาก... ที่จะทำให้ความทุกข์มลายหายไปได้อย่างรวดเร็ว
แต่อย่างน้อย เมื่อเราเข้าใจสิ่งที่ทำให้เราทุกข์
และรู้ตัว รู้ใจตัวเอง และรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถคาดหวัง
เราก็จะระวังหัวใจตัวเองให้คาดหวังน้อยลง
ยอมรับกับสิ่งที่มันเป็นไป
และอยู่กับความทุกข์ในวันนี้อย่างเข้าใจตัวเอง
และรู้ทันใจตัวเอง

ขอบคุณภาพประกอบจาก P'BOB ค่ะ


edit @ 2007/09/16 20:59:55

2005/Oct/05

หนังสือเล่มโปรด...

ในชีวิตการอ่านของฉัน
ฉันเดาเอาว่าหนังสือที่ฉันได้อ่าน มีมากกว่า 8000 เล่ม
(จะโม้ว่าแสนเรื่องก็กลัวไม่ถึง)

ฉันเริ่มอ่านหนังสือ(ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน) จริงจังก็เมื่อตอนอยู่ ม. 1
สิบกว่าปีที่แล้ว... จากการอ่านหนังสือนอกเวลา
ฉันอ่านและลึกซึ้งกับมัน โดยที่ฉันก็ไม่รู้ตัวเลยสักนิด
จากเล่มที่หนึ่ง ... ไปสู่เล่มที่สอง... เล่มที่สิบและเล่มอื่นๆ ในห้องสมุดของโรงเรียน

ฉันอ่านตั้งแต่งานแปล... โต๊ะโตะจัง... อกาธา คริสตี้ ...
เก้าอี้ขาวในห้องแดง ... แวววัน... นิทานอีสป ... ต้นส้มแสนรัก ...

วันนี้มานั่งนึกย้อนกลับไป ฉันจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องไหนที่ได้อ่านมาบ้างในวัยเรียน
จำไม่ได้เลยว่า ทำไมโต๊ะโตจังชอบนั่งที่ริมหน้าต่าง...
ได้แต่หวังว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสย้อนกลับไปอ่าน ... เพื่อนเก่าๆ ... อีกครั้ง

วันนี้... ก่อนที่กาลเวลาจะนำพาความทรงจำของฉันไป
ฉันตั้งใจจะบอกไว้ในที่นี้ว่า...
ฉันเจอหนังสือและเรื่องราวหลากหลาย
ที่ทำให้ฉันหลุดเข้าไปสู่จินตนาการของนักเขียนแต่ละคน
แม้วันนี้ฝันของฉันที่อยากเป็นนักเขียนยังไม่บรรลุ
แต่เรื่องราวต่างๆ ที่ได้อ่าน... ยังหล่อเลี้ยงจิตใจฉัน
อย่างน้อยแม้ฉันไม่ได้เขียนอะไรสักเล่ม
แต่ฉันก็ยังอุ่นใจที่ยังมีหนังสือและเรื่องราวมากมาย
ที่ควรค่าแก่การอ่าน...

ถ้าถามว่าหนังสือที่ฉันชอบอ่านเป็นแนวไหน
ฉันตอบไม่ถูกหรอกว่าแนวไหน
ฉันรู้เพียงว่าขอให้เป็นหนังสือฉันก็อ่านได้หมด
ฉันอ่านเรื่องสยองขวัญ นิยายอิงประวัติศาตร์ ประวัติบุคคลสำคัญ
หนังสือแปล หนังสือเยาวชน ขายหัวเราะ การ์ตูน สารคดี หนังสือท่องเที่ยว
นิตยสารผู้หญิง...
ฉันอ่านทุกอย่างด้วยความกระหายใคร่รู้...

มันทำให้โลกของฉันกว้างขึ้น แม้ฉันจะไม่ได้ออกไปไหนเลยก็ตาม

หนังสือเรื่อง เกาะโลมาสีน้ำเงิน
(Island of the Blue Dolphins)
สก็อตต์ โอเดลล์ เป็นคนแต่ง...

วิธีการแต่งของเขา ช่างดำเนินเรื่องเรียบง่าย ธรรมดา แต่กินใจ
เหมือนเขากำลังเล่าเรื่องราวในชีวิตีประจำวันให้เราฟัง
แต่เป็นชีวิตของหญิงสาวอินเดียนแดงคนหนึ่ง ที่ต้องติดอยู่บนเกาะร้าง
นานถึง 18 ปี ถึงจะได้เจอมนุษย์จากแผ่นดินใหญ่นำเธอข้ามทะเลกลับมา

เธอเคยเป็นไหม ...
เมื่ออ่านถึงบรรทัดสุดท้ายแล้ว
แต่เราไม่อยากให้เรื่องราวที่เราอ่านอยู่มันจบลงไปเลย

ลองหาอ่านดูนะ...
เธออาจจะเป็นอย่างฉันก็ได้


ลองเดินหาที่ บู๊ธ มติชน ไม่รู้มีพิมพ์ใหม่หรือยัง สัปดาห์หนังสือ 6-16 ต.ค. 48
หรือใครชอบอ่านภาษาอังกฤษอาจต้องสั่งที่ Asia Book